แนวความคิดใหม่ การจัดงานเทศกาลกินปลาประจำปี 2569 ของจังหวัดสิงห์บุรี
“ลดโลกร้อน“ ครั้งแรก
นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี
ได้เปิดเผยว่าเทศกาลการจัดงาน “เทศกาลกินปลาและของดีเมืองสิงห์ ครั้งที่ 31” ประจำปีพุทธศักราช 2569 ของจังหวัดสิงห์บุรีระหว่างวันที่ 21 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 บริเวณศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี (หลังใหม่) รูปแบบงานเป็นการออกร้านจำหน่ายปลาช่อนแม่ลาเผา เมนูปลาต่าง ๆ ผลิตภัณฑ์ OTOP และการแสดงศิลปวัฒนธรรมเน้นความสะอาด Food Safety
การจัดงานครั้งนี้ จะดำเนินการภายใต้แนวความคิดจัดงานแบบลดโลกร้อน เพื่อเป็นการรณรงค์การจัดงานประเพณีสำคัญที่เป็นการรับผิดชอบต่อภาวะสิ่งแวดล้อมที่เป็นปัญหาตอนนี้ โดยจังหวัดสิงห์บุรีมีแผนงานผลักดัน โครงการ “สิงห์บุรี เมืองคาร์บอนต่ำ” ร่วมกับคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ซึ่งช่วยสนับสนุนแผนงานด้านวิชาการ ให้ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล
ซึ่งหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนก็ให้ความสำคัญเรื่องโลกร้อนซึ่งเห็นได้จากแคมเปญ หรือกิจกรรมที่จัดขึ้นมาทั้งในประเทศไทยและในประเทศต่างๆทั่วโลก เน้นการรณรงค์ให้ช่วยกันป้องกันภาวะโลกร้อนด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งทางจังหวัดสิงห์บุรีจึงมีแนวความคิดจัดงานเทศกาลประจำปีที่สามารถช่วยลดโลกร้อนได้
การจัดงานเทศกาลกินปลา ซึ่งเป็นงานประจำจังหวัดสิงห์บุรีเกี่ยวข้องทำให้โลกร้อน ได้อย่างไรเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเมื่อจะมีงานเทศกาล ไม่ว่างานแต่งงาน งานวันเกิด งานบวช หรืองานเทศกาลอื่น จะมีกิจกรรมต่างๆเช่นการเล่นดนตรี การเปิดเครื่องเสียง,การรับประทานอาหารการดื่มกินเลี้ยงฉลอง,การติดตั้งไฟแสงสว่างประดับประดาในงาน,การแจกของที่ระลึก,การเดินทางมาร่วมงาน, การเข้าพักแรม ,หรือกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ต้องมีการเผาผลาญน้ำมันหรือเชื้อเพลิงต่าง ๆ ตามกิจกรรมที่เกี่ยวข้องซึ่งล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างก๊าซเรือนกระจกไปปกคลุมในชั้นอากาศ ทำให้เกิดสาเหตุของภาวะโลกร้อน และขยะที่เกิดจากการจัดงานมากมายภายหลังจัดงานก็เป็นแหล่งกำเนิดของก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก
จึงเป็นเรื่องดีไม่น้อยหากผู้ที่เป็นผู้จัดงานจะมีความคิดที่จะจัดงานแบบลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งทำให้เกิดแนวความคิดที่จะจัดงานเทศกาล “กินปลา ประจำปีของจังหวัดสิงห์บุรี” แบบที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ลดโลกร้อนเกิดขึ้นซึ่งจะเป็นครั้งแรกของการจัดงานเทศกาล “กินปลาประจำปีของจังหวัดสิงห์บุรี”
โดยแนวทางการจัดงานมีดังนี้
1.การจัดงานเน้นจัดกลางแจ้งเพื่อลดการใช้กระแสไฟฟ้าจากเครื่องปรับอากาศ การตกแต่งงานทำแบบเรียบง่าย วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดงาน เน้นใช้วัสดุจากธรรมชาติ สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ขยะที่เกิดสามารถย่อยสลายตัวได้ในธรรมชาติ
2.ในงานมีการรณรงค์ สร้างความรู้ความเข้าใจ ปัญหาของก็าซเรือนกระจก โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสิงห์บุรี
3. การจำหน่ายอาหารจากผู้ประกอบการอาหารในท้องถิ่นลดการเดินทาง และวัสดุที่ใช้ปรุงอาหารสดซึ่งผลิตได้ในท้องถิ่นเช่นกัน เน้นจำนวนและปริมาณพอสมควรต่อการบริโภค
4. ลดการใช้วัสดุ ประเภทโฟม พลาสติก หรืออื่น ๆ
เลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก
5. ใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างประหยัดเหมาะสม เช่นเลือกใช้แสงสว่างพอประมาณ เลือกใช้หลอดประหยัดไฟ จำนวนเท่าที่จำเป็นสำหรับกิจกรรมในงาน เครื่องเสียงในงานเลี้ยงควรเป็นแบบใช้กำลังไฟฟ้าต่ำไม่จำเป็นต้องมีเสียงดัง หรือแสงสี เกินความจำเป็น ไม่ใช้เครื่องปรับอากาศเน้นเป็นงานกลางแจ้งเท่านั้น ถือเป็นประสิทธิภาพเป็นสําคัญในการลดก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของภาวะโลกร้อน เพียงเท่านี้พวกเราก็จะเป็นอีกแรงหนึ่งที่จะช่วยป้องกันและรักษาโลกของเราจากภาวะโลกร้อนได้
และที่สำคัญอีกอย่างของงานนี้มีการคำนวณคาร์บอนที่ปล่อยจากกิจกรรมโดยอนุมานๆในการจัดงานตั้งแต่ก่อนเริ่มจนจบงาน เช่นการเดินทาง การพักแรม การจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม พลังงานไฟฟ้าของเสียที่เกิดขึ้นจากการจัดงาน ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ และจะทำการชดเชยก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยจากการจัดงาน (Carbon Offset) ด้วยการซื้อคาร์บอนเครดิตมาชดเชยเท่ากับปริมาณการปล่อยเพื่อให้งานที่จัดนั้นเป็น “Carbon Neutral Event”โดยการคำนวณโดยอนุมานๆจะมีปริมาณคาร์บอนที่ปลดปล่อยคร่าวๆที่ 116 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (มูลค่า 12,519 บาท) ซึ่งผู้จัดงานได้ประสานซื้อคาร์บอนเครดิตตามยอดที่คำนวณได้เพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศที่เป็นปัญหาในขณะนี้ เมื่อจบงานก็จะตรวจสอบค่าการปลดปล่อยคาร์บอน โดยอนุมานเทียบเคียงอีกครั้งเพื่อเป็นแนวทางในการจัดงานในปีต่อไป
สำหรับจังหวัดสิงห์บุรี มีความมุ่งมั่นที่จะจัดงานประเพณีประเภทต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับ แผนงานโครงการ “ สิงห์บุรี เมืองคาร์บอนต่ำ” (Singburi Sandbox)ที่กำลังดำเนินการจัดทำแผนงานทางวิชาการ ร่วมกับ คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เพื่อนำแผนงานมารณรงค์ให้ทุกภาคส่วนในจังหวัดสิงห์บุรี ได้มีความเข้าใจรู้ ความเข้าใจ มีความตระหนักถึงปัญหาเรื่องภาวะโลกร้อนที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญต่อโลกใบนี้ และน่าจะเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับการจัดงานประเพณี งานเทศกาลอื่นๆต่อไป บนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคมและต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป

